Babytrick.com : การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ : อาการผิดปกติเมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์

อาการผิดปกติเมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์

December 11, 2009 | หมวดหมู่ การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์

อาการผิดปกติเมื่อฉันเริ่มตั้งครรภ์ผู้หญิงที่มีอาการผิดปกติเช่น รู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น อาจจะสงสัยว่าตนเองจะตั้งครรภ์แล้วหรือเปล่า ฉันจะได้เป็นแม่คนจริงๆ ใช่ไหม เย้..ดีใจจังเลย แต่ทราบหรือไม่ค่ะว่า อาการเหล่านั้นไม่จำเป็นเสมอไปที่คนท้องทุกคนจะแสดงอาการออกมากันนะค่ะ บางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้ค่ะ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้เราเริ่มตั้งครรภ์รึเปล่า วันนี้เรามีคำแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่มาฝากค่ะ

ทางการแพทย์ได้สรุปอาการต่างๆ เมื่อผู้หญิงมีการตั้งครรภ์ไว้ดังนี้ค่ะ

  • เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ ประจำเดือนจะหยุด
  • 2-3 วันหลังปฏิสนธิ เต้านมขยายและมีอาการตึงคัด
  • 2-8 สัปดาห์หลังการปฏิสนธิ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • 6-8 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ เริ่มปัสสาวะบ่อย
  • 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ มีการเปลี่ยนสีผิวของช่องคลอด ปากมดลูก ลานนม และเต้านมขยายใหญ่ขึ้น มีรอยแตกบริเวณหน้าท้องและเต้านม และมีอาการเบื่ออาหาร
  • 4 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาจมีเส้นสีดำกลางลำตัวที่ผิวหนังหน้าท้อง

นอกจากนี้ยังมีอาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์และอาการเพิ่มขึ้นตามอายุครรภ์ด้วย เช่น การหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก มดลูกโต หน้าท้องขยายใหญ่ เป็นต้น แต่อาการเหล่านี้ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่การตั้งครรภ์ได้ หากต้องการให้แน่ชัดควรตรวจด้วยคลื่นเสียงหรืออัลตร้าซาวนด์ ซึ่งหากเป็นการตั้งครรภ์จริงจะพบตัวเด็กอยู่ในครรภ์ การฟังเสียงเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์ มีการเคลื่อนไหวของเด็กจากการคลำหน้าท้องแม่ เป็นต้นค่ะ

การทดสอบการตั้งครรภ์ยังสามารถทดสอบได้จากการใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์สำเร็จรูป ซึ่งเป็นการตรวจหาฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะ โดยจะต้องตรวจหลังจากการปฏิสนธิ 14 วัน แต่ก็ยังมีความคลาดเคลื่อนสูงเพราะบางคนตั้งครรภ์แล้วแต่ระดับฮอร์โมนยังไม่มากพอก็จะตรวจไม่พบ ดังนั้นเพื่อความแม่นยำควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดเพื่อตรวจหาฮอร์โมน HCG ซึ่งการตรวจเลือดจะสามารถรู้ผลได้เร็วกว่าการตรวจจากปัสสาวะคือ สามารถตรวจได้ภายใน 7 วันหลังการปฏิสนธิค่ะ

ข้อแนะนำในการใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์

  1. อ่านคำแนะนำอย่างละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  2. เตรียมนาฬิกาดูเวลาเพื่อใช้จับเวลาในการทดสอบ
  3. ภาชนะที่ใช้ควรเป็นของใหม่ ไม่มีการปนเปื้อนปัสสาวะมาก่อน โดยเฉพาะการทดสอบซ้ำๆ
  4. ขณะรอผลทดสอบไม่ควรให้ภาชนะหรือชุดทดสอบอยู่ใกล้ของที่มีความร้อนสูง
  5. การทดสอบซ้ำควรเว้นระยะห่างจากการทดสอบครั้งแรก 2-3 วัน

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง