5 บทความยอดนิยม (ทุกหมวด)
เข้าสู่ระบบสมาชิก
เข้าระบบ
Create an account
5 บทความยอดนิยม การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์
5 บทความยอดนิยม การดูแลตัวเองในช่วงตั้งครรภ์
5 บทความยอดนิยม การดูแลทารกแรกเกิด
ถ้าตั้งครรภ์หลังอายุเกิน 35 ปีจะมีผลกับทารกในครรภ์อย่างไร
โดยปกติผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ที่ดีคือเมื่ออายุประมาณ 23 - 27 ปี แต่ในปัจจุบันที่สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้หญิงแต่งงานช้าลง หรืออาจจะตั้งครรภ์ช้าลง จนบางครั้งกว่าจะเริ่มสร้างครอบครัวก็อายุปาไป 30 - 35 ปี หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินคำที่ว่า พออายุเยอะแล้วจะมีลูกจะลำบาก จะมีอันตราย ฯลฯ จริงๆ แล้วการตั้งครรภ์เมื่ออายุ เกิน 35 ปีนั้นจะมีผลต่อทารกในครรภ์อย่างไรบ้าง วันนี้เรามีข้อมูลสถิติ รวมถึงคำแนะนำต่างๆ ในการเตรียมตัวมาฝากค่ะ
หากคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ตอนอายุ 30 ปีขึ้นไป ทารกในครรภ์จะมีภาวะเสี่ยงที่อาจจะเกิดภาวะผิดปกติหรือดาวน์ซินโดรม โดยมีสถิติความเสี่ยงที่รวบรวมเกี่ยวกับทารกดังนี้
- ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ตอนอายุประมาณ 20 ปี ทารกในครรภ์มีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมเพียง 1 ใน 10,000
- ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ตอนอายุประมาณ 35 ปี ทารกในครรภ์มีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรม 0-3 ใน 1,000 ซึ่งมีโอกาสมากกว่าตอนอายุ 20 ปี
- และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ตอนอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ทารกในครรภ์มีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมถึง 1 ใน 100 หรือ 1% เลยทีเดียว
ภาวะดาวน์ซินโดรมเป็นภาวะที่ไม่สามารถป้องกันได้ แต่สามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์ ซึ่งหญิงตั้งครรภ์ที่อายุเกิน 35 ปีจะได้รับการวินิจฉัยนี้ หากพบว่าเกิดความผิดปกติ คู่สมรสจะต้องเป็นผู้เลือกที่จะตั้งครรภ์ต่อหรือจะยุติการตั้งครรภ์ นอกจากนี้หญิงตั้งครรภ์ที่อายุเกิน 35 ปีมีโอกาสเกิดภาวะความดันสูง เบาหวาน โรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด และที่สำคัญคือมีโอกาสแท้งบุตรสูงกว่า แต่หากได้รับการดูแลอย่างดี ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่น่าวิตกกังวลมากนัก นอกจากนี้ว่าที่คุณแม่ควรทำตามคำแนะนำของคุณหมอ ดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายที่เหมาะสม และบำรุงร่างกายอยู่เสมอ ก็จะแข็งแรงปลอดภัยทั้งแม่และลูกค่ะ









คอมเมนต์คอมเมนต์
กรณีเป็นเริมที่นิ้วมือ ทางเราขอแนะนำว่า หากต้องทำความสะอาดหลังทำภารกิจ ในห้องน้ำแล้ว ควรเปลี่ยนมือเป็นอีกข้างที่ไม่ เป็นเริม จนกว่าเริมจะหายสนิทดีกว่าค่ะ
เพราะเคยเกิดกรณีที่ตุ่มใสของเร ิมแตกออก แล้วน้ำในตุ่มได้เลอะนิ้วมือโดย ไม่ตั้งใจ แล้วเมื่อทำความสะอาด เชื้อไวรัสเริมอาจจะติดไปในช่อง คลอด หรือทางทวารหนัก
ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุการเป็นเริม ที่อวัยวะเพศ ซึ่งหากเป็นเีริมที่อวัยวะเพศนั ้น เวลาคลอด จะไม่สามารถคลอดแบบธรรมชาติได้ค ่ะ ต้องผ่าคลอด เพื่อความปลอดภัยของลูกค่ะ
นอกจากนั้น แนะนำว่า ควรรีบรักษาเริมให้หายโดยไวค่ะ ก่อนจะทานยาหรือทายาใดๆ ต้องบอกคุณหมอด้วยนะค่ะว่ากำลัง ตั้งครรภ์ เพราะยารักษาเริมหลายยี่ห้อ ไม่สามารถใช้ได้ถ้าเราตั้งครรภ์ เพราะจะมีผลต่อทารกในครรภ์ค่ะ
ถ้าถามว่า กินเผ็ดแล้วลูกจะเผ็ดตามไปด้วยห รือไม่นั้น ต้องบอกว่ามีโอกาสที่จะเกิดการร ะคายเคืองต่อระบบดูดซึมดีกว่าค่ ะ
แต่ทั้งนี้คุณแม่ก็คงต้องกินเผ็ ดเยอะสักหน่อยนะค่ะถึงจะมีผล ถ้าแค่นิดหน่อยและไม่ได้บ่อย ก็ไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ เพียงแต่เราก็ยังไม่แนะนำอยู่ดี เพราะถึงแม้ว่าในพริกจะมีสารที่ เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราบ้ างก็ตาม แต่หากทานเผ็ดมากๆ หรือบ่อยๆ ก็อาจจะเกิดการระคายเคืองต่อกระ เพาะอาหาร และระบบดูดซึมสารอาหาร
เมื่อระบบเหล่านี้มีอาการระคายเ คืองหรือผิดปกติ การจะดูดซึมสารอาหารเพื่อไปหล่อ เลี้ยงทารกในครรภ์ก็จะทำงานได้ไ ม่ดีเท่าที่ควรค่ะ
ยังไงอดใจกินเผ็ดไว้จนกว่าจะคลอ ดลูกดีกว่านะค่ะ เพราะคุณแม่ทุกคนก็คงอยากให้ลูก เกิดมาแข็งแรง จริงไหมค่ะ
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds