Babytrick.com : การดูแลเด็กปฐมวัย : 8 สาเหตุทำให้ลูก (วัย 2-3 ขวบ) ไม่ยอมกินอาหารที่พ่อแม่เลือก

8 สาเหตุทำให้ลูก (วัย 2-3 ขวบ) ไม่ยอมกินอาหารที่พ่อแม่เลือก

February 11, 2011 | หมวดหมู่ การดูแลเด็กปฐมวัย

8 สาเหตุทำให้ลูก (วัย 2-3 ขวบ) ไม่ยอมกินอาหารที่พ่อแม่เลือกโดยปกติเวลาที่เรากินอาหารที่ชอบ มีรสอร่อย เราจะรู้สึกมีความสุข แต่หากเราต้องถูกบังคับให้กินอาหารที่เราไม่ชอบ รสชาติไม่อร่อย เราก็มักจะกินได้น้อยตามไปด้วย แต่ปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัยปฐมวัย (ช่วงอายุ 2-3 ขวบ) ก็คือ ทำไมลูกของเราถึงเลือกที่จะกินอาหารบางอย่าง และไม่ยอม (บังคับเท่าไรก็ไม่ยอม) กินอาหารบางอย่าง วันนี้เรามีคำตอบและทางแก้ไขค่ะ

สาเหตุใหญ่ๆ ที่เด็กเลือกกินอาหารนั้น เกิดจาก 8 สาเหตุใหญ่ๆ ดังนี้

  1. พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเคยบังคับให้ลูกกิน

    ผู้ใหญ่ไม่ชอบถูกบังคับ เด็กก็ไม่ชอบถูกบังคับเช่นกัน แต่การบังคับให้กินนั้นอาจจะไม่ได้มาในรูปแบบของการจับยัดเข้าปาก แต่เป็นในรูปแบบของการใช้คำพูด น้ำเสียงต่างๆ ก็ได้เช่นกัน เช่น
    – กินอันนี้สิลูก อร่อยนะ (ใช้คำพูดไปบังคับให้ลูกกิน)
    – ทำไมไม่อยากกินละ กินอันนี้แล้วจะผิวสวยน่ารักนะ (ไปหลอกล่อให้ลูกกิน)
    – กินๆ เข้าไปเถอะลูก อย่าเรื่องมากเลย (ถากถางลูก)
    – ไม่กินก็อย่ากิน หิวจนปวดท้องอย่ามาร้องนะ (ลงโทษกับเรื่องกิน)
    ฯลฯ

    ประโยคเหล่านี้มันฝังลงไปในใจเด็ก ซึ่งในช่วงปฐมวัยนี้ เด็กจะเก็บข้อมูลทุกๆ อย่างเอาไว้แล้วเปลี่ยนเป็นประสบการณ์ต่างๆ (ทั้งด้านที่ดีและไม่ดี) เมื่อพ่อแม่เคยบังคับลูกให้กิน ลูกก็จะพยายามต่อต้านนั้นเอง

  2. พ่อแม่ให้ลูกกินมากเกินไป (กลัวไม่อิ่ม)

    กระเพาะของเด็กและผู้ใหญ่นั้นแตกต่างกันมาก กระเพาะอาหารของเด็กในช่วงปฐมวัยนี้จะมีขนาดเล็ก เด็กจะวิ่งเล่นและเผาผลาญพลังงานไปมาก จึงอาจจะมีการหิวระหว่างมื้อบ่อย พ่อแม่หลายคนจึงกลัวลูกจะหิวหรือกินไม่อิ่ม เลยให้ลูกกินทั้งข้าว ทั้งนม เมื่อถึงมื้ออาหารถัดไปก็ยังบังคับให้ลูกกินอีก (ทั้งๆ ที่ยังอิ่มอยู่) ถ้าเด็กไม่กินก็บังคับสารพัดทั้งคำพูด จับป้อน ฯลฯ ทำให้ลูกรู้สึกทรมาน (อึดอัด) เวลาต้องกินอาหาร

  3. หน้าตาอาหารดูไม่น่ากินและทำอาหารเดิมๆ ซ้ำๆ

    กินอาหารเดิมๆ ซ้ำๆ ผู้ใหญ่ยังเบื่อ แถมหน้าตาอาหารดูเละๆ ยิ่งไม่กินเข้าไปใหญ่ แล้วคิดเหรอว่าเด็กจะไม่รู้สึกเหมือนกับผู้ใหญ่บ้าง พ่อแม่บางคนกลัวลูกจะกินลำบาก ก็ทำอาหารให้ลูกย่อยง่ายๆ (จนมันดูเละๆ ไม่น่ากิน) หรือทำแต่เมนูเดิมๆ (ข้าวไข่เจียว, แกงจืดเต้าหู้ ฯลฯ) เด็กกินไป 2-3 ครั้งก็เริ่มเบื่อ พ่อแม่ควรที่จะเปลี่ยนเมนูอาหารให้ลูกเรื่อยๆ อย่าซ้ำเดิมมากเกินไป ควรเพิ่มความหลากหลายของอาหาร อาจจะมีทั้งเมนูอาหารแบบไทย จีน ฝรั่ง บ้างสลับกันไป รวมถึงการหั่นส่วนผสมให้พอดีคำ ไม่เล็กไปหรือใหญ่เกินไปสำหรับเด็ก เพราะหากเด็กต้องเคี้ยวมากเกินไปเด็กก็จะเบื่อการเคี้ยวอาหาร

  4. พ่อแม่ไม่เคยฝึกลูกให้หัดเคี้ยวอาหาร

    ในช่วงที่ฟันของลูกกำลังจะขึ้นนั้น (เริ่มประมาณ 9 เดือน) โดยธรรมชาติแล้วเด็กจะมีอาการคันเหงือก (หมั่นเขี้ยว) อยากจะเคี้ยวอาหาร พ่อแม่สามารถฝีกให้ลูกหัดเคี้ยวอาหารได้ง่ายๆ ด้วยการให้ลูกลองเคี้ยวขนมปังกรอบชิ้นเล็กๆ เด็กจะมีความสุขในการเคี้ยว เมื่อโตขึ้นก็ค่อยๆ เพิ่มขนาดของอาหารที่จะให้ลูกเคี้ยว ซึ่งสามารถปรับเป็นผักที่มีความกรอบ เนื้อสัตว์ที่นุ่ม (แต่มีขนาดพอดีคำ)

  5. ลูกกำลังมีปัญหาสุขภาพ

    หากลูกไม่สบาย หรือปวดฟัน ความอยากอาหารจะลดน้อยลง ซึ่งพ่อแม่ต้องเข้าใจด้วยว่าเป็นธรรมชาติของเด็กที่ไม่สบายก็มักจะไม่อยากอาหารใดๆ

  6. ลูกกินขนมหรือนมจนอิ่ม

    บ่อยครั้งที่ระหว่างมื้ออาหาร เด็กในช่วงปฐมวัยจะมักหิว (เพราะไปเล่นมาจนเหนื่อย) พ่อแม่บางคนก็ให้ลูกกินขนม รวมถึงกินนม (บางครอบครัวให้ลูกกินนมเยอะแทบจะแทนน้ำ) ทำให้เวลาถึงมื้ออาหารจริงๆ ลูกไม่ได้อยากทานอาหาร เพราะยังไม่หิวมากนั้นเอง

  7. เล่นสนุกจนลืมหิว หรือเหนื่อยเกินไป

    เวลาที่ผู้ใหญ่ทำอะไรที่มีความสุข สนุกสนาน เพลินๆ ส่วนมากจะไม่รู้สึกหิว เด็กในช่วงปฐมวัยก็เช่นกัน หลายครั้งที่เด็กเล่นจนเพลินจนไม่รู้สึกหิวเลยก็มี จนบางครั้งพ่อแม่ก็กังวลว่า เดี๋ยวลูกจะหิวก็รีบบังคับให้ลูกกิน ณ เวลานั้นทันที ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อลูกเลย รวมถึงบางครั้งพ่อแม่หลายคนมักจะปล่อยให้ลูกเล่นๆๆๆ ไปเรื่อยๆ พอถึงเวลา (มื้ออาหาร) ก็เรียกลูกมากินอาหาร ซึ่งการปล่อยให้ลูกเล่นมากเกินไปจนลูกเหนื่อย เมื่อเหนื่อยแล้วจะให้มากินอาหารทันทีเลยจะยากกว่ามาก

  8. พ่อแม่ก็เลือกที่จะกินอาหารเหมือนกัน

    ปัญหาพ่อแม่ไม่กินผักหรือกินอาหารประเภทใด ลูกๆ ก็มักจะไม่กินอาหารประเภทนั้นตามไปด้วย เพราะลูกจะจดจำสิ่งที่พ่อแม่ทำ ดังนั้นอย่าแปลกใจว่า ทำไมลูกของเราถึงไม่กินอาหารที่คุณเลือกไว้

พ่อแม่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาอาการลูกเบื่อหรือเลือกกินอาหารได้ง่ายๆ

  1. กินอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา

    เวลาที่พ่อแม่ลูกได้ล้อมวงกินอาหารในแต่ละมื้อ ได้พูดคุย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างบรรยากาศที่ลูกจะซึมซับความสนุกสนาน รวมถึงควรจะกินอาหารเป็นเวลา (ตามมื้ออาหาร) อย่างสม่ำเสมอ ลูกจะซึมซับว่าเวลานี้คือเวลาที่ต้องกินข้าวแล้ว (เพราะพ่อแม่ก็จะมากินอาหารด้วย) นอกจากนั้นการให้โอกาสเด็กได้มีส่วนร่วมในแต่ละมื้ออาหารก็ทำให้เด็กรู้สึกสนุกไปกับการกินด้วย เช่น ให้ลูกหัดเป็นคนหยิบช้อนอาหารจากที่เก็บไปที่โต๊ะอาหาร หรือจัดโต๊ะอาหาร เตรียมน้ำดื่ม ฯลฯ ในระหว่างมื้ออาหารไม่ควรเปิดโทรทัศน์ไปด้วย เพราะโทรทัศน์จะเป็นตัวดึงความสนใจของเด็กและพ่อแม่ออกจากกัน

  2. ชิ้นเล็กดีกว่าชิ้นใหญ่

    การเตรียมอาหารให้มีขนาดชิ้นเล็กพอดีคำ เคี้ยวง่าย เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เด็กอยากกินอาหารหรือไม่ นอกจากนั้นควรจะทำอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่

  3. พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

    เพราะลูกจะเลียนแบบพ่อแม่ แม้กระทั่งเรื่องกินก็เช่นกัน ถ้าพ่อแม่กินอาหารทุกอย่างด้วยความอร่อย เด็กก็จะกินตาม พ่อแม่ไม่ควรจะบอกลูกว่าพ่อไม่กินอันนั้นแม่ไม่กินอันนี้ เพราะเด็กจะจดจำและปฏิบัติตาม เพราะเด็กจะเห็นตัวอย่างจากพ่อแม่นั้นเอง นอกจากนั้นการตักอาหาร พ่อแม่ก็ไม่ควรเลือกอาหารให้ลูกเห็น เช่น เวลาตักอาหารที่มีต้นหอมก็อย่าเขี่ยต้นหอมออกให้ลูกเห็น เป็นต้น

  4. ปริมาณอาหารในแต่ละมื้อก็สำคัญ

    เวลาที่จะตักอาหารให้ลูก ควรตักแต่น้อย เพื่อให้ลูกกินหมดได้ เมื่อลูกกินหมดได้ ลูกจะมีความภูมิใจ หากยังไม่อิ่มค่อยตักเพิ่มทีละน้อย ให้ลูกรู้สึกว่า เขาสามารถกินอาหารได้หมด

  5. เมนูที่หลากหลาย

    การจะหัดให้ลูกกินอาหารใหม่ ผักหรือผลไม้แบบใหม่ ควรจะค่อยๆ เริ่มทีละน้อย โดยเวลาที่เราให้ลูกกิน พ่อแม่ควรบอกลูกว่า สิ่งนี้ชื่ออะไร อาจจะใช้ตัวละครในนิทานมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับอาหารหรือผลไม้ที่กำลังจะกินนั้นๆ


บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

[fbcomments]