ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
หน้าหลัก Babytrick การดูแลทารกแรกเกิด จ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยเลี้ยงลูกดีหรือไม่

จ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยเลี้ยงลูกดีหรือไม่

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. พิมพ์อีเมล

จ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยเลี้ยงลูกดีหรือไม่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้นในยุคปัจจุบันทำให้พ่อแม่ในสมัยนี้ มักจะ ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ทำให้จำเป็นต้องฝากลูกรักสุดดวงใจให้ไว้กับคนอื่นช่วยดูแลในช่วงเวลาทำงาน แต่ผลร้ายที่ตามมาแบบยากจะแก้ไขที่น่าหนักใจมากกว่ามีเงินใช้จ่ายใน บ้านน้อยลง นั้นคือการที่ลูกของเราอาจจะไม่ได้รับการเลี้ยงดู และช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่ดี เพราะพี่เลี้ยงเด็กที่จ้างมานั้นขาดความรู้และความเข้าใจเรื่องพัฒนาการของเด็กนั้นเอง

โดยส่วนใหญ่เมื่อพ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน หลายครอบครัวก็มักจะฝากลูกของตัวเองให้อยู่ในการดูแลของคุณปู่คุณย่าหรือคุณตาคุณยายหรือวงศ์ศาคณาญาติตัวเอง แต่ก็มีไม่น้อยที่เป็นครอบครัวเดี่ยว (แยก ออกมาอยู่กันเองตามประสา พ่อ แม่ ลูก) ทำให้จำเป็นต้องเลือกที่จะใช้บริการจ้างพี่เลี้ยงเด็กหรือบางครั้งอาจจะต้องไปฝากไว้ที่ศูนย์เลี้ยงเด็ก (Nursery) ซึ่งการจ้างคนมาดูแลลูกของเรา ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงเด็กแบบอยู่ ประจำหรือแบบมาเช้ากลับเย็นหรือไปฝากที่ศูนย์เลี้ยงเด็กก็ตาม สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือมาตราฐานของพี่เลี้ยงเด็กที่จะมาดูแลลูกของเรา

เราจะตรวจสอบมาตราฐานพี่เลี้ยงเด็กได้อย่างไร

พี่เลี้ยงเด็กในปัจจุบันนี้ มีทั้งที่ผ่านการเรียน (ซึ่งจะได้ความรู้ทางด้านวิชาการและมีประสบการณ์จริง) โดยอาจะมีใบผ่านการรับรองจากสถานศึกษา (โรงเรียนสอนพี่เลี้ยงเด็ก) ซึ่งพ่อแม่ควรจะขอตรวจสอบว่า พี่เลี้ยงเด็ก คนที่เราจะจ้างมานั้นได้ผ่านการเรียนจากสถาบันเหล่านั้นจริงหรือไม่ และสถาบันเหล่านั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ หลักสูตรได้มาตราฐานผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่ (เพราะหลายที่ที่อ้างตัวว่าเปิดเป็นโรงแรียน สอนพี่เลี้ยงเด็กนั้น ไม่ผ่านเกณฑ์มาตราฐานของกระทรวงศึกษาธิการ) โดยเราสามารถนำเลขใบอนุญาตของโรงเรียนไปตรวจสอบกับสายด่วนการศึกษา (โทร. 1579) แล้วแจ้งเลขใบอนุญาตเพื่อตรวจสอบว่า โรงเรียนสอนพี่ เลี้ยงเด็กที่กล่าวมานี้ถูกจัดตั้งขึ้นจริงหรือไม่

นอกจากนั้นพี่เลี้ยงเด็กบางคนก็อาจจะมาจากแม่บ้าน หรือคนที่เคยเลี้ยงลูกตัวเองมาก่อน (แล้วหันมาทำงานเลี้ยงลูกคนอื่น) ซึ่งอาจจะไม่ผ่านการเรียนการสอนจากโรงเรียน แต่ถือว่าตัวเองมีประสบการณ์ ซึ่งตรงจุดนี้ พ่อแม่ก็ควรจะพิจารณาให้ดีด้วย เพราะเราไม่รู้ว่า ตอนที่เขาเลี้ยงลูกตัวเองนั้น เลี้ยงได้ถูกต้องและเลี้ยงดีหรือไม่

นอกจากเรื่องความรู้และประสบการณ์แล้ว เราควรจะตรวจสอบประวัติของพี่เลี้ยงเด็กคนนั้นด้วยว่า เคยต้องโทษหรือทำผิดกฏหมายใดๆ มาก่อนหรือไม่ ซึ่งเราสามารถขอตรวจสอบประวัติอาชญกรรมได้ผ่านบริการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ถนนพระราม 1 ตรงข้ามกับเซ็นทรัลเวิลด์) ซึ่งจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2 สัปดาห์ หากพี่เลี้ยงเด็กของเราเคยมีประวัติที่ไม่ดี เราก็จะได้รู้ตัวก่อน

เราจะหาพี่เลี้ยงเด็กได้จากไหน

ในปัจจุบันวิธีที่เราจะหาพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกของเราได้นั้น มี 2 วิธีคือ

  1. จ้างพี่เลี้ยงเด็กเอง (ไม่ผ่านศูนย์หรือตัวแทนจัดหาพี่เลี้ยง)

    เป็นการคัดเลือกและเฟ้นหาพี่เลี้ยงเด็กด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีนี้จะใช้เวลานานกว่า ซึ่งบางครั้งเราอาจจะเลือกจ้างญาติของเราเองมาช่วยดูแลแทน หรืออาจจะใช้การบอกต่อๆ กันไปว่าใครรู้จักคนที่มีความสามารถในการเลี้ยงดู เด็กบ้างเป็นต้น

  2. จ้างพี่เลี้ยงเด็กผ่านศูนย์พี่เลี้ยงหรือตัวแทน

    การจัดจ้างพี่เลี้ยงเด็กโดยให้ทางศูนย์พี่เลี้ยงเป็นผู้คัดเลือกมาให้นั้นเป็นการประหยัดเวลาไปได้ส่วนหนึ่ง เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาตระเวนออกตามหาคนด้วยตัวเอง แค่กำหนดคุณสมบัติที่ต้องการและรอนัดสัมภาษณ์ ทั้งนี้ก็ยังคงต้องมีเรื่องที่ควรให้ความสำคัญก็คือ ศูนย์พี่เลี้ยงหรือตัวแทนที่จะเป็นผู้จัดหาพี่เลี้ยงเด็กมาให้เรานั้น เป็นศูนย์ที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะปัจจุบันศูนย์พี่เลี้ยงเด็กบางที่ก็ไม่ได้คัดเลือกหรือทดสอบหรือกลั่นกรองตัว พนักงานของตัวเองมากพอ จึงอาจจะได้คนที่ไม่หวังดีแฝงเข้ามาปะปนได้

พี่เลี้ยงเด็กแบบอยู่ประจำ VS มาเช้าเย็นกลับ

หากเราตัดสินใจเลือกพี่เลี้ยงเด็กได้แล้ว ลำดับต่อมาก็คือ เราจะให้เขาทำงานในลักษณะไหน แบบพักอยู่ประจำกับเรา (นอนพักในบ้านของเราเลย) หรือจะให้เขามาทำงานตอนเช้าและกลับไปตอนเย็น ซึ่งข้อดีของการ จ้างแบบอยู่ประจำที่บ้านของเราคือ ตัดปัญหาเรื่องการเดินทางมาไม่ทันทำงานของพี่เลี้ยงได้ เมื่อพี่เลี้ยงไม่เหนื่อยกับการเดินทาง ก็สามารถดูแลเลี้ยงลูกของเราได้อย่างเต็มที่ ตัดปัญหาพี่เลี้ยงลากิจ ลาป่วยแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะพี่เลี้ยงเด็กบางคนอาจจะเผลอเกเร หยุดงานเราไปดื้อๆ แต่การที่เราให้พี่เลี้ยงมาพักอาศัยอยู่ในบ้านของเรา อาจจะต้องตรวจสอบประวัติมากเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินภายในบ้านของเรา

ในกรณีที่เราจ้างแบบมาเช้ากลับเย็น เพราะอาจจะไม่สะดวกเรื่องที่พัก ก็ต้องตกลงกันให้ดีว่า จะให้เริ่มงานและเลิกงานกี่โมง เพื่อให้ทางพี่เลี้ยงเด็กได้จัดสรรเวลาได้ และเมื่อตกลงเวลาเริ่มและเลิกงานแล้ว พ่อแม่ก็ควร จะปฏิบัติตัวเองให้ตรงต่อเวลาด้วย เพราะหลายครั้งที่ตัวพ่อแม่เองมักจะกลับมาบ้านสาย ทำให้พี่เลี้ยงเด็กต้องเลี้ยงลูกเราต่อไปอีกหลายชั่วโมง ซึ่งหากเป็นบ่อยๆ จะทำให้พี่เลี้ยงเด็กที่เราจ้างมาเบื่อ และอาจจะพาลเลี้ยงลูก เราไม่ดีก็ได้

เราควรเตรียมตัวอย่างไร เมื่อจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กสักคน

ไม่ว่าเราจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กแบบใด เราควรเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้พร้อมก่อนตัดสินใจว่า

  • ที่พักอาศัย :

    สำหรับกรณีจ้างพี่เลี้ยงเด็กแบบให้พักอยู่ในบ้านของเราเลย เราต้องเตรียมห้องพักที่แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน

  • อาหาร :

    โดยปกติหากเป็นการจ้างแบบให้พักอยู่ในบ้านของเราเลย เราควรจะจัดหารอาหารให้พี่เลี้ยง 3 มื้อ แต่หากเป็นกรณีไปเช้ากลับเย็น ก็จัดหาอาหารแค่ 1 มื้อก็เพียงพอ

  • วันเวลาการทำงาน :

    โดยเฉลี่ยพี่เลี้ยงเด็กมีสิทธิที่จะหยุดงานได้ 1 วันต่อสัปดาห์ (ทำงานประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างเราและตัวพี่เลี้ยงเด็กเอง ส่วนวันหยุดสำคัญต่างๆ ประจำปี อื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างพ่อแม่และพี่เลี้ยงเด็ก

  • ค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆ :

    ควรกำหนดวันที่จะจ่ายเงินค่าจ้าง (เงินเดือน) อย่างชัดเจน และตัวเราเองก็ควรจะตรงต่อเวลาด้วย ส่วนอัตราว่าจ้างนั้น ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างฝ่ายพ่อแม่และพี่เลี้ยง เด็ก

  • ข้อควรระวัง :

    ในวันที่เราเรียกพี่เลี้ยงเด็กมาสัมภาษณ์พูดคุย ไม่แนะนำให้คุยที่บ้านโดยตรง เพราะหากเราไม่ต้องการจ้างเขาทำงาน เราจะได้สบายใจเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว ควรจะนัดไป สัมภาษณ์ที่สถานที่สาธารณะ

ตรวจโรคพี่เลี้ยงเด็กก่อนให้เขาเลี้ยงลูกของเรา

โรคบางอย่างสามารถติดต่อกันทางน้ำลายได้ เช่น ไวรัสตับอักเสบ ดังนั้นโอกาสที่พี่เลี้ยงเด็กที่เราจะจ้างมาดูแลลูกของเราแล้วอาจจะเป็นพาหะ แพร่เชื้อให้กับลูกของเราก็เป็นไปได้สูง การพาพี่เลี้ยงเด็กไปตรวจโรคถือ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะสามารถตรวจรู้ได้ก่อนที่จะให้เขาได้เลี้ยงดูลูกของเราจริงๆ แต่พ่อแม่หลายคนก็ลืมคิดถึงจุดนี้ไปหรืออาจจะคิดว่าสิ้นเปลือง แต่ค่าใช้จ่ายในการตรวจโรคนั้นเทียบไม่ได้เลยถ้าลูกของเราต้องมาเจ็บป่วยใน อนาคต ดังนั้นปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ

ตัดสินใจจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างไรดี

การจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยดูแลลูกของเราในช่วงที่เราไปทำงาน หรือจะดูแลลูกของเราเองนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย บางบ้านจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาเพื่อคอยช่วยคุณแม่ (ซึ่งเลี้ยงลูกเอง) เท่านั้น ขอให้เข้าใจไว้ว่า ไม่มีใคร เลี้ยงลูกของเราได้ดีเท่าตัวเราเอง ไม่มีใครรักลูกของเราเท่าตัวเราเอง และไม่มีใครใส่ใจลูกของเราได้ดีเท่าตัวเราเอง การปล่อยให้คนอื่นมาดูแลลูกของเราเหมาะสมหรือไม่ อันนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละครอบครัว นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับความคิดของพ่อแม่เองด้วยว่า เลือกว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

ช่วงเวลาที่มีความสุขของการเป็นพ่อแม่คน น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่ดูแลเขาตั้งแต่วัยแรกเกิดจนเติบใหญ่ ช่วงเวลาเหล่านี้ไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้อีก ต่อให้เอาเงินทองมากมายมากองท่วมหัวก็ไม่อาจจะ ย้อนเวลาเหล่านั้นไปได้ ช่วงเวลาแห่งรอยยิ้มและความสุขของผู้เป็นพ่อและแม่ที่มีเพียงพ่อและแม่เท่านั้นที่จะเข้าใจถึงความรู้สึกนี้ไม่อาจจะย้อนคืนกลับมาได้อีก ดังนั้นขอให้เก็บรักษาช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ให้ดีนะค่ะ




More articles :

» เลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ภัยร้ายในอนาคต

พ่อแม่หลายคนมักจะกังวล ห่วงลูก และกลัวว่าลูกของตัวเองจะได้รับ อันตรายตลอดเวลา ยิ่งถ้าได้ลูกสาวด้วยแล้วยิ่งทั้งหวงและห่วง...

» รักลูกให้เป็น ต้องรักอย่างไร

พ่อแม่เป็นผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการหล่อหลอมนิสัยและบุคลิกให้กับลูก โดยเฉพาะในช่วงปฐมวัยนั้น เด็กจะซึมซับทุกๆ อย่างทั้งคำพูด การกระทำ...

» ทำไงดีค่ะ ลูกติดกินอาหารจานด่วน

อาหารจานด่วนเช่น เบอร์เกอร์, ไก่ทอด, มันฝรั่งทอด และอีกสารพัดเมนูที่เราคุ้นเคยตากันในห้างสรรพสินค้านั้น เป็นอาหารที่เป็นโทษต่อสุขภาพทั้งเด็กและผู้ใหญ่เอง...

» เพิ่มความฉลาดให้ลูกด้วยการอ่านนิทาน

การพูดหรือการเล่าเรื่องราว (หรือนิทาน) ต่างๆ ให้ลูกฟังลูกจะ ฉลาดขึ้นได้จริงหรือ ข้อสงสัยนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง!...

» 8 สาเหตุทำให้ลูก (วัย 2-3 ขวบ) ไม่ยอมกินอาหารที่พ่อแม่เลือก

โดยปกติเวลาที่เรากินอาหารที่ชอบ มีรสอร่อย เราจะรู้สึกมีความสุข แต่หากเราต้องถูกบังคับให้กินอาหารที่เราไม่ชอบ รสชาติไม่อร่อย เราก็มักจะกินได้น้อยตามไปด้วย...

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช