5 บทความยอดนิยม (ทุกหมวด)
เข้าสู่ระบบสมาชิก
เข้าระบบ
Create an account
5 บทความยอดนิยม การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์
5 บทความยอดนิยม การดูแลตัวเองในช่วงตั้งครรภ์
5 บทความยอดนิยม การดูแลทารกแรกเกิด
การดูแลตัวเองหลังคลอดลูก 7 วันแรก
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังการคลอดลูก แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับวิธีการคลอดลูกอีกด้วย คือคลอดทางช่องคลอด หรือ ผ่าตัดคลอดลูก และยังมีปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ อีกที่ต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีอาการดังนี้
- มีน้ำคาวปลาสีแดงสด และค่อยๆ จางลงในปลายสัปดาห์และจะหมดไปภายใน 3 สัปดาห์ หรืออาจจะมีกระปริบกระปรอยเล็กน้อยจนครบ 6 สัปดาห์ หากน้ำคาวปลายังเป็นสีแดงสดนานเกิน 1 สัปดาห์ควรให้แพทย์ตรวจอีกครั้ง
- อาจมีการปวดมดลูกเป็นพักๆ เกิดจากการหดรัดตัวของมดลูกเพื่อคืนสู่สภาพเดิมของมดลูก (เข้าอู่) จะมีอาการปวดมากขึ้นเมื่อให้นมลูก เนื่องจากเมื่อลูกดูดนมจะมีการสร้างสารออกซิโทซินเพิ่มมากขึ้นในเลือดของแม่ หากปวดมากควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอยาแก้ปวดได้ อาการนี้จะหมดไปเองภายใน 4-7 วันหลังคลอด หากมีการปวดนานเกิน 7 วันควรรีบปรึกษาแพทย์เพราะอาจเกิดการติดเชื้อในมดลูกทำให้โพรงมดลูกอักเสบได้
- ความเหนื่อยล้า และอ่อนเพลีย
- ปวดบริเวณเย็บฝีเย็บ ในช่วงพักฟื้น พยาบาลจะดูแผลฝีเย็บทุกวัน ให้คำแนะนำในการทำความสะอาดที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการติดเชื้อ พยาบาลจะแนะนำให้ใส่ผ้าอนามัย และเปลี่ยนทุก 4-6 ชั่วโมง ล้างทุกครั้งหลังปัสสาวะ อุจจาระ โดยใช้น้ำสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่แพทย์แนะนำ (แต่โดยปกติจะไม่ใช้ยาฆ่าเชื้อ) เช็ดให้แห้งโดยเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และไม่ใช้มือจับฝีเย็บจนกว่าจะตัดไหม
- เจ็บแผลหน้าท้อง (กรณีใช้วิธีผ่าตัดคลอดลูก)
- เคลื่อนไหวร่างกายยังไม่สะดวก อาจจะรู้สึกลำบากและไม่คล่องตัว
- ถ่ายปัสสาวะไม่สะดวก โดยเฉพาะวันแรก อาจจะท้องผูก
- รู้สึกปวดเมื่อยทั้งตัว
- เหงื่อออกมาก โดยเฉพาะ 2 วันแรกหลังคลอด เนื่องจากร่างกายจะขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย อาการนี้จะอยู่นานเป็นสัปดาห์เพื่อปรับร่างกายเข้าสู่สภาพปกติ ดังนั้นควรจะอาบน้ำบ่อยขึ้นเพื่อให้ร่างกายสดชื่น บางครั้งอาจมีไข้ต่ำๆ ได้ แต่ถ้าไข้สูงเกิน 38 องศาควรปรึกษาแพทย์
- เต้านมตึง อาจมีหัวนมแตกเป็นแผลกรณีที่ลูกดูดนมแรงเกินไป
- อารมณ์แปรปรวน เดี่ยวเศร้าซึม เดี่ยวตื่นเต้น อ่อนไหวง่าย
- มีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นหรือบางรายอาจจะลดลง
อาการหลังคลอดที่ควรระวัง และต้องรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน หากมีอาการเหล่านี้
- มีเลือดออกมาทางช่องคลอดจนชุ่มผ้าอนามัย 1 ผืนภายใน 1 ชั่วโมง ควรรีบไปโรงพยาบาล และใช้น้ำแข็งวางบนหน้าท้องหรือมดลูกเพื่อให้เลือดออกมาน้อยลง
- น้ำคาวปลามีสีแดงสดนานเกิน 4 วัน
- น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ซึ่งปกติแล้วกลิ่นจะเหมือนเลือดประจำเดือน
- มีก้อนเลือดขนาดใหญ่ออกทางช่องคลอด ซึ่งปกติแล้วอาจจะมีเพียงลิ่มเลือดเล็กๆ ออกมาปนกับน้ำคาวปลา
- น้ำคาวปลาไม่ไหล โดยเฉพาะใน 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด
- ปวดท้องน้อย หรือปวดรำคาญในระยะ 1 สัปดาห์หลังคลอด
- มีไข้สูงเกิน 38 องศาเกิน 24 ชั่วโมงโดยเฉพาะหลังคลอดวันแรก
- เจ็บหน้าอก ซึ่งอาจเกิดการอุดตันของลิ่มเลือดเล็กๆ ในปอด
- การปวดบวมของขาและน่อง อาจเกิดจากมีหลอดเลือดอุดตันบริเวณนั้น
- อาการปวด บวม ของเต้านมบางส่วน แม้ว่าอาการตึงคัดจะหายไปแล้ว ซึ่งอาจเกิดจากการอุดตันของท่อน้ำนมบางส่วนทำให้เกิดการอักเสบของเต้านม
- มีอาการบวมแดงของแผลผ่าตัด เป็นหนอง มีน้ำเหลืองไหลซึม
- ปัสสาวะแล้วแสบหรือรู้สึกขัด ปัสสาวะบ่อยแต่ปริมาณน้อยลง และสีเข้มจัด
- มีอาการซึมเศร้าเกิน 2-3 วัน และมีอารมณ์โกรธร่วมด้วย
Tags:
More articles :
» เมื่อฉันเริ่มตั้งครรภ์เดือนที่ 9
ในเดือนนี้ถือได้ว่าเป็นเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ พัฒนาการต่างๆ ของทารกในครรภ์ ความยาวจะประมาณ 20 นิ้ว น้ำหนักตัวประมาณ 3,000-3,400 กรัม อวัยวะทุกส่วนรวมทั้งปอดสมบูรณ์...
» เตรียมตัวให้พร้อมก่อนถึงวันคลอด
ยิ่งใกล้ถึงวันคลอดลูกมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นและกังวล (กลัวเจ็บ, ห่วงความปลอดภัยของทารกในครรภ์ ฯลฯ) ให้กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์มากขึ้น...
» คลอดลูกตามธรรมชาติ VS ผ่าตัดคลอด
ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์นั้น การคลอดลูกมีความปลอดภัยมากขึ้น การที่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะเลือกวิธีการคลอดลูกแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย...
» ลดน้ำหนักหลังคลอดอย่างไรให้ได้ผลเร็ว
หลังคลอดลูกแล้วโดยทั่วไป คุณแม่จะยังมีรูปร่างเหมือนตอนตั้งครรภ์ 6 เดือน ทำให้คุณแม่หลายคนผิดหวัง ท้อแท้ ที่จะลดน้ำหนักให้กลับมามีรูปร่างดีตามเดิม...
» คำนวณวันคลอดลูกได้ด้วยตัวเอง
หลังจากที่เรารู้ว่า เรากำลังตั้งท้องแล้วก็คงจะใจจดใจจ่อเฝ้ารอว่าลูกของเราจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง คลอดแล้วจะเป็นอย่างไร และคำถามที่เกิดขึ้นมาทันทีก็คือ "แล้วเมื่อไหร่จะ ...









