Babytrick.com : การดูแลตนเองช่วงตั้งครรภ์ : เปิดเพลงคลาสสิคให้ทารกในครรภ์ฟังลูกจะฉลาดขึ้นจริงหรือ

เปิดเพลงคลาสสิคให้ทารกในครรภ์ฟังลูกจะฉลาดขึ้นจริงหรือ

October 19, 2009 | หมวดหมู่ การดูแลตนเองช่วงตั้งครรภ์

เปิดเพลงคลาสสิคให้ทารกในครรภ์ฟังมีผลอย่างไร มีความเชื่อที่เคยได้ยินได้ฟังมา (จากใครเป็นผู้เริ่มก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ) ว่าเวลาที่คุณแม่ตั้งครรภ์อยู่ หากได้เปิดเพลงคลาสสิค เช่น เพลงของโมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart), เบโทเฟน (Ludwig van Beethoven) ให้ลูกในท้องฟัง เมื่อเด็กคลอดออกมาจะมีความฉลาดเฉลียว น่ารัก และอารมณ์ดีกว่าการไม่ได้เปิดเพลงให้ลูกฟัง วันนี้เรามีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องนี้ค่ะ

เสียงต่างๆ รอบตัวเรามีผลกระทบอย่างไรกับตัวเราบ้าง

เสียงรอบๆ ตัวของเรามีผลต่ออารมณ์ของเราอย่างมากค่ะ บางครั้งเราได้ยินเสียงบางอย่าง เช่น หากเราไปนอนริมชายหาดฟังเสียงน้ำทะเลซัดเข้าหาฝั่งอย่างช้าๆ ผสมผสานกับสายลมที่พัดโชยมา จะทำให้เราเกิดความสบายใจ ผ่อนคลาย หรือหากเป็นเสียงรถวิ่ง เสียงบีบแตรจากรถยนต์ถี่ๆ นอกจากจะดังแสบแก้วหูแล้วยังทำให้อารมณ์ของเราหงุดหงิดไปด้วยค่ะ

เสียงต่างๆ รอบตัวของแม่ที่ตั้งครรภ์มีผลกระทบอะไรกับทารกในครรภ์

ทารกในครรภ์จะได้รับผลกระทบอย่างมากกับอารมณ์ของแม่ หากคุณแม่มีอารมณ์ที่ดี ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดฟินซึ่งทำให้ร่างกายผ่อนคลาย และมีผลโดยตรงกับทารกในครรภ์ ทำให้ทารกผ่อนคลายไม่เครียด และทำให้การพัฒนาต่างๆ ของร่างกายทารกในครรภ์ดีกว่า

เสียงเพลงคลาสสิคมีผลกระทบอะไรกับทารกในครรภ์

จากผลการวิจัยของนักวิจัย Dr. Leon Thurman ชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ได้ฟังเพลงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อคลอดทารกออกมา ทารกจะมีพัฒนาการด้านร่างกายและไอคิวสูงกว่าทารกที่ไม่ได้ฟังเพลง แต่การวิจัยของ Dr. Leon Thurman นี้ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นเพลงคลาสสิคเท่านั้นนะค่ะ และยังมีผลการวิจัยของ Dr. Thomas R. Verny ซึ่งเป็นจิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดประเทศสหรัฐอเมริกา และยังเป็นประธานสมาคมเกี่ยวกับการเสริมสร้างพัฒนาการเด็กในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ท่านได้ทดลองให้คุณแม่ได้ร้องเพลงกล่อมเด็กขณะที่ยังตั้งครรภ์อยู่ทุกๆ วัน เมื่อคลอดออกมาหากร้องไห้หรืองอแง แต่เมื่อทารกได้ยินเสียงเพลงกล่อมเด็กของแม่ที่แม่เคยร้องให้ฟังตั้งแต่สมัยตั้งครรภ์ ทารกจะนิ่งสงบลงและสนใจในเสียงเพลงกล่อมเด็กอย่างน่าอัศจรรย์

ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงคลาสสิคเท่านั้นหรอกนะค่ะทารกจึงจะมีพัฒนาการที่ดี เพราะผลการวิจัยไม่ได้ระบุไว้ แต่ระบุว่าเสียงที่มีผลก็คือ เสียงที่มีจังหวะทำนองเบาๆ เช่น เพลงบรรเลง แต่ที่เขาเลือกใช้เพลงคลาสสิคก็เพราะว่าเขาไม่มีเพลงบรรเลงแบบอื่น ในขณะที่ถ้าเป็นประเทศไทยเราก็สามารถใช้เพลงไทยเดิมที่มีจังหวะช้าๆ เบาๆ ทดแทนก็ได้ค่ะ อย่าไปเชื่อคำโฆษณาที่ว่าต้องเป็นเพลงคลาสสิคของคนนี้คนนั้นเท่านั้นนะค่ะ เพราะสิ่งสำคัญคือจังหวะและทำนองที่เบาๆ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของเด็กค่ะ หรือหากคุณแม่จะใช้วิธีร้องเพลงกล่อมเด็กให้ลูกฟังแทนก็ได้ค่ะ

แล้วเวลาไหนเหมาะที่จะให้ทารกในครรภ์ฟังเพลง

ช่วงตั้งแต่อายุครรภ์ 5 เดือนเป็นต้นไปและควรจะเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ได้พักสบายๆ ไม่เร่งรีบอะไร อาจจะเป็นช่วงเย็นๆ หลังอาหารเย็นก็ได้ หรือดูจากอาการของลูกว่าลูกตื่นตัวพร้อมจะรับฟังดนตรีหรือไม่ โดยสังเกตได้จากการดิ้นของลูก หากลูกดิ้นแสดงว่าลูกยังไม่หลับค่ะ เปิดเพลงหรือร้องเพลงกล่อมเด็กให้ลูกในท้องฟังครั้งละประมาณ 10-15 นาทีก็พอแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งวันทั้งคืนนะค่ะ และควรจะเปิดหรือร้องเพลงเดิมๆ เพื่อให้ลูกได้จดจำทำนองค่ะ

แล้วจะให้ทารกในครรภ์ฟังเพลงได้อย่างไร

เดี๋ยวนี้จะมีอุปกรณ์หูฟังขนาดใหญ่ที่เอาไว้คลอบท้องของคุณแม่ ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่จำเป็นต้องไปกังวลว่าลูกจะไม่ได้ยินขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ขอแค่ให้แม่ได้ยินเสียงเพลงอย่างชัดเจนก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ

รวมบทเพลงคลาสสิคสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

เราได้รวบรวมบทเพลงคลาสสิครวมถึงเพลงบรรเลงต่างๆ ที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ (หรือไม่ตั้งครรภ์ก็ฟังได้นะค่ะ ^^) มาไว้ในหมวดหมู่เดียวกัน เพื่อง่ายในการเปิดฟังค่ะ สามารถคลิกฟังเพลงคลาสสิคสำหรับคนท้องได้ที่นี่ค่ะ


บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

[fbcomments]