ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

ถ้าตั้งครรภ์แล้วยังไปทำงานเหมือนเดิมได้ไหม

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. พิมพ์อีเมล

ถ้าตั้งครรภ์แล้วยังไปทำงานเหมือนเดิมได้ไหมในยุคปัจจุบันผู้หญิงนั้นแม้ว่าจะแต่งงานแล้ว แต่ก็มักจะต้องออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งการแต่งงานแล้วไม่ได้เป็นแม่บ้านแม่เรือนก็คงไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกอะไรสำหรับสังคมในยุคนี้ แต่เมื่อไรที่ผู้หญิงเริ่มคิดจะมีลูก หรือรู้ตัวว่าเริ่มตั้งครรภ์ ความกังวลว่าการไปทำงานในขณะที่ตัวเองตั้งครรภ์นั้น จะมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์หรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ

ในทางการแพทย์ยังไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าห้ามผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ทำงานใดๆ มีเพียงคำแนะนำว่าไม่ควรยกของหนัก และไม่ควรมีภาวะเครียด เพราะเมื่อร่างกายของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เครียด (อาจจะเครียดเรื่องงาน เครียดเพราะรถติดในขณะที่เดินทางไปโน่นนี่ ฯลฯ) ร่างกายจะหลั่งสารบางอย่าง ซึ่งหากเป็นการตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรก ก็มีโอกาสที่จะแท้งลูกได้

นอกจากนั้นตามธรรมชาติแล้ว ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแม่ที่ตั้งครรภ์จะรู้สึกอ่อนเพลียง่าย เนื่องจากเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์กำลังพัฒนาและเติบโตในครรภ์ ทำให้คุณแม่อ่อนเพลียง่าย (เป็นเรื่องปกติ) การพักผ่อนของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จึงต้องใช้มากกว่าคนปกติ หากร่างกายอ่อนเพลียแล้วยังต้องไปทำงาน แล้วต้องเจอกับภาวะความเครียดต่างๆ ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายไม่ได้พักและอ่อนแรงมากไปกว่าเดิม

ดังนั้นคนที่ตอบคำถามได้ดีที่สุดก็คือ ตัวคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เองว่า งานที่ไปทำอยู่นั้น ทำแล้วมีความสุขหรือไม่ ถ้าทำแล้วมีความสุข ก็สามารถทำต่อไปได้ เพราะเมื่อร่างกายมีความสุข ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุข (เอ็นโดฟินส์) ซึ่งมีผลดีต่อทารกในครรภ์ด้วย แต่หากรู้ตัวว่า ทำแล้วไม่มีความสุข ต้องเครียด ต้องพักผ่อนน้อย ก็น่าจะเลือกลูกเป็นสำคัญไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ

นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่ควรระวังในที่ทำงาน รวมถึงการเดินทางในขณะตั้งครรภ์ดังนี้

  1. คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำงานเด็ดขาดกับเครื่อง X-Ray เพราะทารกในครรภ์มีโอกาสพิการ หรือเป็นมะเร็งในเม็ดเลือกขาวจากรังสี
  2. หากลักษณะการทำงานต้องยืนหรือนั่งเป็นเวลานานๆ ก็ควรที่จะเปลี่ยนอิริยบททุกๆ 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ในช่วง 6 เดือนเป็นต้นไป เช่น อาจจะใช้การเดินไปมาสลับกับการนั่งพัก
  3. การจะขยับตัวหรือเปลี่ยนอิริยบทต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดการหดเกร็งของมดลูกได้หากเปลี่ยนอิริยบทเร็วเกินไป
  4. สำหรับการเดินทางไปทำงานนั้น ไม่แนะนำให้นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค๋ ไม่ว่าจะตั้งครรภ์กี่เดือนก็ตาม
  5. หากไม่จำเป็น ไม่ควรเดินทางไปไหนไกลๆ เพราะการนั่งรถนานๆ โดยไม่ได้เปลี่ยนอิริยบท จะทำให้ปวดหลัง ชาตามมือและเท้า เพราะระบบไหลเวียนเลือดอาจจะไม่ดีเหมือนตอนร่างกายปกติ
  6. ควรงดการขับรถยนต์เอง เพราะการขับรถนั้นนอกจากจะเครียดแล้ว ยังมีผลต่อการหดเกร็งต่อมดลูกด้วย
  7. ห้ามอั้นปัสสาวะ เพราะการอั้นปัสสาวะจะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ การไปทำงานนอกบ้านบางครั้งอาจจะไม่สะดวกในการเข้าห้องน้ำ ผู้หญิงหลายๆ คนเลยเลือกที่จะอั้นเอาไว้ ดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรจะวางแผนการเข้าห้องน้ำให้ดี



More articles :

» คำนวณวันคลอดลูกได้ด้วยตัวเอง

หลังจากที่เรารู้ว่า เรากำลังตั้งท้องแล้วก็คงจะใจจดใจจ่อเฝ้ารอว่าลูกของเราจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง คลอดแล้วจะเป็นอย่างไร และคำถามที่เกิดขึ้นมาทันทีก็คือ "แล้วเมื่อไหร่จะ ...

» เราจะออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์ได้อย่างไร

การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทุกเพศทุกวัย แม้แต่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก็ยังจำเป็น เพื่อให้ตัวเองและทารกในครรภ์มีสุขภาพที่ดี...

» ออกกำลังกายในน้ำช่วงตั้งครรภ์ดีอย่างไร

การออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดก็ตาม ล้วนมีผลดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งสิ้น ทั้งนี้หากเป็นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรเน้นการออกกำลังกายที่ถูกต้อง...

» เมื่อฉันเริ่มตั้งครรภ์เดือนที่ 4

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงเดือนที่ 4 นี้ ทารกในครรภ์จะมีขนาดประมาณ 4 นิ้ว และการได้รับอาหารผ่านทางรกเริ่มมีปฏิกิริยา เช่น การดูด การกลืน เนื้อเยื่อฟันของทารกเริ่มก่อตัว...

» อยากตั้งครรภ์แล้วแต่กินยาคุมกำเนิดมานานต้องเตรียมตัวอย่างไร

สำหรับผู้ที่เคยกินยาคุมกำเนิดมานาน เมื่อถึงเวลาที่พร้อมที่จะตั้งครรภ์นั้น หลายคนอาจจะส่งสัยว่า หลังจากหยุดกินยาคุมแล้ว สามารถปล่อยให้ตั้งครรภ์ได้เลยหรือไม่...

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช